รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจแนะทุกภาคส่วนจับตาสหรัฐฯ ถอนตัวความตกลงปารีส

หลังจาก นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศว่า สหรัฐฯ จะถอนตัวจากความตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งเป็นความตกลงที่มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดโลกร้อน มีสมาชิก 195 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยนั้น

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เห็นว่า ทุกภาคส่วนต้องจับตาประเมินสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของประเทศมหาอำนาจ ในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อการขยายการเติบโตของเศรษฐกิจไทยด้วย ซึ่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้ ควรเร่งสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นภายในประเทศ โดยเฉพาะในระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME รวมทั้งการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในชุมชน พร้อมๆ ไปกับการเชื่อมโยงการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น โดยกำชับให้หอการค้าไทยใช้กลไกสร้างความเชื่อมโยงในชุมชนให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

ทั้งนี้เห็นว่า ภาคเอกชนควรเปลี่ยนวิฤตให้เป็นโอกาส เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาได้ยาก และอาจส่งผลกระบบต่อผลกระทบต่อระบบการค้าการเงิน และธุรกิจทั่วโลก

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ประเมินกระทบทางด้านการค้า ว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับสินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อมภายในสหรัฐฯ จะได้รับความต้องการลดลง และในระยะสั้น สหรัฐฯ จะสามารถลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจได้ ถือว่าช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านราคาสินค้าที่ส่งออกจากสหรัฐฯ แต่ในระยะยาวจะมีผลให้สินค้าและบริการของสหรัฐฯ ที่ส่งออกได้รับผลกระทบ เนื่องจากผู้บริโภคในประเทศที่ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม อาจต่อต้านสินค้าจากสหรัฐฯ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

1.       CH7NEWS, 2560, Nt6 – รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจแนะทุกภาคส่วนจับตาสหรัฐฯ ถอนตัวความตกลงปารีส, [online], Available: http://news.ch7.com/detail/231769 [4 มิถุนายน 2560].

Write a comment